#ไนน์เอ็นเตอร์เทน 12 ต.ค.60- คำสอนของ “พ่อ” ท่านทรงสอนให้มีความเพียรอย่างยิ่งยวด โดยทรงทำเป็นตัวอย่างด้วยการใช้เวลาเกือบ 20 ปีศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับชาดกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นภาษาบาลีด้วยพระองค์เอง แล้วทรงแปลออกมาเป็นภาษาไทย ก่อนทรงแปลเป็นภาษาอังกฤษอีกที หนังสือพระราชนิพนธ์เล่มนั้นคือ “พระมหาชนก”

หนังสือพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทั้ง 8 เล่ม ไม่เพียงสะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านวรรณกรรมขององค์อัครศิลปินเท่านั้น แต่ทรงสอดแทรกแง่คิด คติสอนใจ หลักในการดำเนินชีวิต หรือส่งสารบางอย่างมาถึงประชาชน ในรูปแบบที่แตกต่างกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง “พระมหาชนก” ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2539 ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ไว้ทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษอยู่ในเล่มเดียวกัน กับเรื่องราวหนึ่งในทศชาติชาดก อันเป็น 10 ชาติสุดท้ายก่อนที่พระโพธิสัตว์จะมาประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ชาดกเรื่องนี้กล่าวถึงการบำเพ็ญความเพียรเป็นบารมี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงแปลเป็นภาษาอังกฤษตรงจากมหาชนกชาดก และยังทรงแปลเป็นภาษาสันสกฤตประกอบอีกภาษา รวมทั้งแผนที่ฝีพระหัตถ์แสดงสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองโบราณบางแห่ง และข้อมูลอุตุนิยมวิทยาเกี่ยวกับทิศทางลม ซึ่งแสดงถึงพระปรีชาในด้านอักษรศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และโหราศาสตร์

ขณะที่ “เรื่องทองแดง” ก็อ่านง่าย เข้าถึงผู้อ่านทุกเพศทุกวัย กับเนื้อหาใกล้ตัว อย่างเรื่องความกตัญญูรู้คุณของ “คุณทองแดง” สุนัขทรงเลี้ยง รวมทั้งความจงรักภักดี ความมีมารยาท และการสั่งสอนลูกของคุณทองแดง ซึ่งทรงยกย่องคุณทองแดงเรื่องความกตัญญูรู้คุณที่มีต่อแม่มะลิว่า “ผิดกับคนอื่นที่เมื่อกลายมาเป็นคนสำคัญแล้วมักจะลืมตัว และดูหมิ่นผู้มีพระคุณซึ่งเป็นคนต่ำต้อย” อันเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต จึงไม่น่าแปลกใจที่หนังสือพระราชนิพนธ์ “เรื่องทองแดง” จะติดอันดับขายดีที่สุดของประเทศในปี พ.ศ.2545

เพื่อสรรเสริญพระปรีชาสามารถด้านวรรณกรรม และสดุดีพระอัจฉริยภาพที่ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการเกษตรทฤษฎีใหม่ ประกอบกับเพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สุกัญญา ชลศึกษ์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เจ้าของนามปากกา “กฤษณา อโศกสิน” จึงเขียนนวนิยายเรื่อง “น้ำเล่นไฟ” ที่เป็นการนำแนวพระราชดำริเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแกนของเรื่อง นำเสนอผ่านครอบครัวเกษตรกรที่ยึดมั่นในการทำการเกษตรแบบยั่งยืน ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม กับครอบครัวของนายทุน เจ้าของตลาดสดที่ทำธุรกิจอย่างสร้างสรรค์ ไม่แสวงหากำไรเกินควร ซึ่งนวนิยายเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างสูง และได้รับเลือกเป็นนวนิยายยอดเยี่ยม ประจำปี 2554

ไม่มีใครปฏิเสธว่า ทุกพระราชกรณียกิจ ทุกพระราชดำริ ทุกพระราชกระแสรับสั่ง หนังสือพระราชนิพนธ์ทุกเล่ม บทเพลงพระราชนิพนธ์ทุกเพลง ภาพถ่ายและภาพเขียนฝีพระหัตถ์ทุกภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 คือ แรงบันดาลใจที่มีอยู่จริงสำหรับประชาชนชาวไทยและชาวโลก.

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สำนักข่าวไทย.